หัวข้อมาใหม่

งานกีฬาสานสัมพันธ์สายใยรักคนพิการจังหวัดตรัง ครั้งที่ 2

15 ส.ค. 2562

ขอเชิญชวนคนพิการทุกท่านหรือผู้สนใจเข้าร่วม กิจกรรม งานกีฬาสานสัมพันธ์สายใยรักคนพิการจังหวัดตรัง ครั้งที่ 2
ในวันที่ 26 ส.ค.2562 ณ สนามกีฬาเทศบาลนครตรัง โรงยิม 2 โดยได้รับเกียรติเป็นอย่างสูง จากผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเป็นประธานในพิธีเปิดครั้งนี้ ผู้ใดประสงค์เข้าร่วมงานสามารถแจ้งความประสงค์มายังผู้ประสานงานสภาฯ 093-7104945 (เพียงอัมพร)

ตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตรายบุคคล

09 ส.ค. 2562

นัดแกนนำพมจ. สสจ. อบจ. ดูตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตร่วมกันเพื่อนำมาปรับใช้ในการทำงานกับคนพิการ ผู้สูงอายุ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา(และที่อื่นๆในอนาคต) นำกรอบตัวชี้วัดของพม.ที่ถือว่าเป็นแม่บท มีทั้งสิ้น ๑๒ มิติ ซึ่งดูครอบคลุมทั้งในส่วนที่เป็นภาพรวมของระบบการดูแล

คณะทำงานเห็นชอบที่จะนำมาปรับใช้กับการวัดคุณภาพชีวิตรายบุคคล ที่ยังไม่มีการวัดโดยตรง มีข้อสรุปเป็นร่างตัวชี้วัดสำคัญ ๘ ด้านดังนี้

๑.ด้านที่อยู่อาศัย พิจารณาในตัวชี้วัดที่สำคัญคือ ความคงทนถาวรแข็งแรงปลอดภัย ความมั่นคงในการถือครองที่อยู่อาศัย (บ้านเช่า อาศัยเขาอยู่ บุกรุก ฯลฯ) ความสะอาด ถูกสุขลักษณะ

๒.ด้านสุขภาพ พิจารณาตัวชี้วัด กรณีล้มป่วยดูการเข้าถึงบริการ บัตร ท.๗๔ ที่ครอบคลุมการรักษา ป้องกัน ฟื้นฟู และความแข็งแรง ไม่มีโรค

๓.ด้านของอุปโภค บริโภค พิจารณาตัวชี้วัดพื้นฐาน อาหาร เครื่องนุ่งห่ม สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพียงพอหรือไม่

๔.ด้านการมีงานทำและรายได้ พิจารณาตัวชี้วัดพื้นฐาน รายได้เฉลี่ยเพียงพอหรือไม่

๕.ด้านครอบครัว พิจารณาตัวชี้วัดพื้นฐาน ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน หรือไม่

๖.ด้านการมีส่วนร่วมกับชุมชนและการสนับสนุนทางสังคม พิจารณาตัวชี้วัดพื้นฐาน ได้แก่ การมีอาสาสมัครดูแล การเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะ การเมือง การเข้าร่วมชมรม

๗.ด้านสิทธิความเป็นธรรม พิจารณาตัวชี้วัดพื้นฐาน ได้แก่ การเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน (สุขภาพ การศึกษา ที่อยู่อาศัย สิ่งอำนวยความสะดวก การกู้ยืม ฯลฯ)

๘.ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พิจาณาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (ลักทรัพย์ ถูกทำร้าย ถูกหลอก ภัยธรรมชาติ ฯลฯ)

หลังจากนี้จะประชุมคณะทำงานข้อมูลกองทุนฟื้นฟูฯ ระดมความเห็นอีกรอบ กำหนดวิธีวัด ปรับเข้าสู่ระบบแอพพลิเคชั่น iMed@home นำไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายต่อไป

โดยใช้ควบคู่กับหมวดความต้องการในระบบเยี่ยมบ้าน

ก้าวข้ามข้อจำกัดในการดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง

09 ส.ค. 2562

๕-๗ สค.นี้ กขป.เขต๑๑ และเขต ๑๒ ร่วมขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ณ งานสร้างสุขภาคใต้ ณ โรงแรมนิภาการ์เดนนอกจากเปิดเวทีเรียนรู้รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุในกลุ่มพฤติพลังและการดูแลกลุ่มเปราะบางที่มีพื้นที่ต้นแบบมาร่วมนำเสนอ มีความรู้สำคัญๆ อาทิ การพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุ โปรแกรมคัดกรองสมองเสื่อม SALE model (คัดกรองภาวะสุขภาพ มีชมรมหรือการรวมกลุ่ม การดูแลระยะยาวในชุมชน การดูแลระยะสุดท้ายของชีวิต) รูปแบบการปรับระบบบริการเชิงรุกของกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพอบจ.สงขลา ชุมชนเปราะบางดูแลกลุ่มเปราะบาง และระบบข้อมูลกลางผ่าน App:iMed@home

กระบวนการเหล่านี้มาพร้อมการเปิดพื้นที่ทางความคิด พยายามก้าวข้ามสุขภาวะมาสู่คุณภาพชีวิต มีการเชื่อมโยงเครือข่ายหลากหลาย ข้ามพื้นที่ ข้ามเพศ ข้ามศาสนา ดูแลทั้งกลุ่มที่เข้าถึงสิทธิ์และเข้าไม่ถึงสิทธิ์

มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือนำบทเรียนที่ได้มาขยายผลไปในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ระหว่างตัวแทนคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต ๑๑ และเขต ๑๒ กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพจังหวัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มูลนิธิชุมชนสงขลา องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ นครศรีธรรมราช องค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำจืด ชุมพร องค์การบริหารส่วนตำบลตำบลเขาดิน กระบี่ องค์การบริหารส่วนตำบล อ่าวลึกใต้ กระบี่ องค์การบริหารส่วนตำบลกระโสม พังงา ผู้สูงอายุอำเภอคีรีรัฐ องค์การบริหารส่วนตำบลพรุพี สุราษฎร์ธานี เทศบาลตำบลรือเสาะ นราธิวาส เทศบาลส่วนตำบลควนขนุน พัทลุง เทศบาลส่วนตำบลวังพญา ยะลา องค์การบริหารส่วนตำบลตำบลทับช้าง สงขลา เครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์ตำบลบ่อยาง สงขลา องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะตอ นราธิวาส องค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหม่ ปัตตานี องค์การบริหารส่วนตำบลบางด้วน ตรัง

โดยมีเจตนารมณ์ความร่วมมือกันดังต่อไปนี้

๑.ร่วมกันดำเนินการสนับสนุน ส่งเสริม ให้ผู้สูงอายุกลุ่มพฤติพลังและกลุ่มเปราะบางทางสังคม สามารถพึ่งตนเองได้ ช่วยเหลือกันเองได้ รวมถึงเข้าถึงสิทธิและปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต โดยใช้ทรัพยากร ทั้งบุคลากร งบประมาณ ตามอำนาจหน้าที่ของตนอย่างเต็มศักยภาพ

๒.สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือให้เกิดพื้นที่ปฎิบัติการ โดยมุ่งหวังให้มีศูนย์ประสานงาน พัฒนาระบบข้อมูลผู้สูงอายุเพื่อให้เกิดการประสานบูรณาการ จัดตั้งชมรมหรือองค์กรผู้สูงอายุ ให้มีหลักสูตรพัฒนาศักยภาพชมรมหรือองค์กรผู้สูงอายุ นำกองทุนในพื้นที่มาร่วมดำเนินการ เพื่อให้เกิดจุดเรียนรู้สำคัญในพื้นที่ภาคใต้และขยายผลต่อไป

๒ กย. ดีเดย์นัดส่งผลผลิตอาหารปลอดภัยสู่ครัว รพ.หาดใหญ่

09 ส.ค. 2562

วันนี้เครือข่ายเกษตรสุขภาพจังหวัดสงขลา นัดประชุมภาคีเครือข่ายประกอบด้วยตัวแทนเกษตรกร รพ.หาดใหญ่ สสจ. มูลนิธิชุมชนสงขลา/๔pW/กขป.เขต ๑๒ ประเด็นเกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพเป็นเจ้าภาพ หารือแนวทางจัดส่งผลผลิตเข้าสู่การจัดทำเมนูสุขภาพ รพ.หาดใหญ่ แต่ละกลุ่มคัดกรองตัวเองว่าจะร่วมกิจกรรมกับกลุ่มใด มีข้อสรุปดังนี้

๑.ในกลุ่มที่พร้อมจัดส่งผลผลิต จะมี ๒ มาตรฐานประกอบด้วย GAP ในส่วนผักกินหัว จะเริ่มดำเนินการโดยมีกลุ่มวิสาหกิจระโนดกล้วยหอมทอง เป็นผู้แทนรวบรวมผลผลิตและทำสัญญา โดยจะเริ่มนำร่อง ฟักทอง ฟักเขียว กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง จัดส่งให้รพ.ทุกวันจันทร์ พุทธ เสาร์ โดยมีรถรับส่งจากระโนดมาหาดใหญ่ ในส่วนการตรวจสอบทางกลุ่มจะมีห้อง lap และทางรพ.จะมีการสุ่มตรวจ

๒.มาตรฐาน GAP โดยมีกลุ่มวิสาหกิจรักษ์ส้มจุกจะนะเป็นผู้แทนรวบรวมผลผลิตและทำสัญญา จะรับผลผลิตผักกินใบ จากจะนะมาทางหาดใหญ่และเครือข่ายที่เข้าร่วม

ทั้งสองกลุ่มจ่ายเงินสดให้เกษตรกร ส่วนรพ.จะรับผลผลิตและจัดซื้อพร้อมจ่ายเงินหลังจากนั้นอีก ๑๕ วัน

๓.มาตรฐาน PGS เครือข่ายรับรองกันเอง จะมีทองหล่อพาณิชย์เข้ามาดำเนินการเป็นผู้แทนเกษตรกรแทน บ.ประชารัฐฯ ที่จะมาเป็นภาคีร่วมเรียนรู้ วันนี้เครือข่ายได้มากำหนดมาตรฐานร่วมในส่วนของคุณธรรม จริยธรรม การจัดการปัจจัยการผลิต การควบคุมปกป้องแปลง ระบบการตรวจ ประเมิน ลงโทษ โดยมีทีมลงตรวจแปลงประกอบด้วยตัวแทนเครือข่าย สสจ. เกษตร รพ. จำนวน ๖ คน ผลผลิตที่ได้ในกลุ่มนี้จะมีราคาสูงกว่าราคาตลาดหรือมาตรฐาน GAP ไม่เกิน ๓๐%

วันนี้ลงลึกถึงผลผลิตแต่ละกลุ่ม ปริมาณที่ผลิตต่อสัปดาห์/เดือน ผลผลิตที่รพ.ต้องการ ระบบการขนส่ง แนวทางการเสริมหนุนการทำงานเป็นเครือข่ายระดับจังหวัด ซึ่งนอกจากจะมีการรวบรวมส่งแล้ว ยังจะเปิดตลาดกรีนรองรับในกลุ่มที่ผลิตไม่มากหากมีผลผลิตและเครือข่ายมากพอจะขยายผลไปยังรพ.อื่นต่อไป

ทุกกลุ่มจะส่งรายการผลผลิตและราคามาให้ทางรพ.พิจารณาล่วงหน้ารายไตรมาส โดยคำนึงถึงราคากลางและฤดูกาล

มูลนิธิชุมชนสงขลาจะพัฒนาแอพฯ Green smile เพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐานผู้ผลิต รูปแบบการผลิตแต่ละขั้นตอนพร้อมภาพ มี Qr code เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของผลผลิต การเชื่อมโยงเส้นทาง เวลาเพื่อสดวกในการรับส่งผลผลิต ปริมาณและราคาผลผลิตแต่ละรอบของการจัดส่ง เหล่านี้เป็นแนวทางที่จะพัฒนาให้เกิดเป็นผลรูปธรรมเอื้อให้เกิดการผลิตอาหารสุขภาพในพื้นที่ต่อไป

บูรณาการข้อมูลรายบุคคลระดับอำเภอ

01 ส.ค. 2562

ยกระดับอีกก้าวสำหรับงานในพื้นที่อำเภอนาทวี ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ประกอบด้วย รพ.สมเด็จฯ สสอ. รพ.สต. อสม.เชี่ยวชาญ ทีมงานมูลนิธิชุมชนสงขลา(ภายใต้การสนับสนุนจากศปจ./สช./อบจ.) ร่วม ๕๐ คน ทำความเข้าใจและซักซ้อมการใช้ แอพพลิเคชั่น iMed@home เก็บข้อมูลคนพิการ ผู้สูงอายุติดเตียง ผู้ป่วยรอการฟื้นฟู คนยากลำบากฯ เพื่อประสานข้อมูลให้เป็นฐานเดียวกัน

๑.เก็บข้อมูลผ่านการเยี่ยมบ้าน บันทึกความต้องการที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตในแต่ละด้านจากการลงพื้นที่ถึงบ้าน เช่น กายอุปกรณ์ การซ่อมบ้าน วัสดุสิ้นเปลือง เงินทุน บัตรประชาชน ฯลฯ โดยทีมอสม.เชี่ยวชาญ อสม. และจิตอาสารายบุคคล โดยมีรพ.สต. อปท. สสอ. รพ. จัดทีม Admin ในการประสานงาน เสริมหนุนความต้องการ จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล และรายบุคคล

๒.นำเข้าข้อมูลพื้นฐาน และข้อมูลการเยี่ยมบ้าน การให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะในระดับคณะทำงานเพื่อการบูรณาการงานร่วมกัน โดยเฉพาะข้อมูลจากฝั่งสาธารณสุข รพ.อำเภอ ลดความซ้ำซ้อนที่จะต้องทำงาน ๒ ระบบคือ ระบบข้อมูลของสธ. และแอพฯ iMed@home โดยให้โปรแกรมเมอร์ทั้งสองฝ่ายหาทางออกในทางเทคนิค ส่งต่อ data จากทั้งสองฝั่งถึงกัน วันนี้ทีม it ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเพื่อหาทางออกด้วยการพัฒนาโปรแกรมที่จะส่งต่อข้อมูลให้กันและกัน ทดลองทำและลองใช้โดยเลือกข้อมูลในบางรพ.สต. ทีมจะปรับโปรแกรมให้ง่ายในการทำงาน และให้มีการลงนาม MOU ที่จะร่วมมือกันพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางของพื้นที่อำเภอให้เป็นเอกภาพอย่างเป็นทางการต่อไป

๓.อีกไม่ช้าฐานข้อมูลพื้นฐานจากฝั่ง iMed@home จะมีข้อมูลเข้ามาจนกระทั่งใกล้เคียงและตรงกับทางสาธารณสุข บวกกับข้อมูลการทำงานระดับปฎิบัติที่มาจากหลายองค์กร(อสม. อสม.เชี่ยวชาญ จิตอาสา ฯลฯ) จะถูกบันทึกเกิดการรับรู้และมองเห็นการเชื่อมโยงกันโดยใช้ข้อมูลรายบุุคคลฐานเดียวกัน

หากแนวทางนี้สามารถแก้ปัญหาทางเทคนิคทำได้จริงจะนำไปขยายผลเชิงนโยบายกับอำเภออื่นๆ โดยร่วมกับอบจ.สงขลา พชอ.นาทวี กขป.เขต ๑๒ ต่อไป

การประสานการขับเคลื่อนเป็นสิ่งสำคัญ

24 ก.ค. 2562

ชัดเจนมากขึ้นทุกวัน...วันนี้กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพจังหวัด สสจ.พมจ.สมาคมคนพิการจังหวัด มูลนิธิชุมชนสงขลา/ศปจ.สงขลา/กขป.เขต ๑๒ ยกทีมไปพบภาคียุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนเปราะบาง ได้แก่ คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยรอการฟื้นฟู ในพื้นที่จังหวัดสงขลา รอบเช้าไปพบผอ.สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)เขต ๑๒ รอบบ่ายพบพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด มีข้อสรุปสำคัญดังนี้

๑.ประสานความร่วมมือนำข้อมูลพื้นฐานได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ ตามประเภทกลุ่มเป้าหมาย(เฉพาะหน่วยงานที่ทำได้) นำเข้าศูนย์ข้อมูลกลาง และโปรแกรมเมอร์แอพฯiMed@home นำไปใช้ประสานการทำงานของพื้นที่

๒.ปรับระบบเก็บข้อมูลจากเดิมที่ใช้แบบสอบถาม มีหลายหน้า ใช้งบและจัดการมาก มาปรับเป็นการจัดเก็บข้้อมูลแบบเร่งด่วนผ่านแอพฯโดยร่วมกันจัดทำกรอบพัฒนาคุณภาพชีวิต บูรณาการแนวคิดของมหาดไทย พม. และสธ. นำมาเป็นกรอบในการทำงานร่วมของพื้นที่โดยมีอบจ.เป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับ อปท. ศูนย์สร้างสุขชุมชน มูลนิธิชุมชนสงขลา/ศปจ.สงขลาและเครือข่าย

๓.กรอบแนวคิดที่ได้นำมาลงในระบบเยี่ยมบ้านแอพพลิเคชั่น iMed@home โดยปรับหมวดหมู่ในหัวข้อความต้องการใหม่อีกรอบ ให้อสม.เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมแล้ว(ราว ๑ พันกว่าคน) รวมไปถึงอพม.(มีทุกหมูู่บ้านในสงขลาอีกราวพันกว่าคน) หรือ CG หรือจิตอาสาที่จะอบรมเพิ่มเติมให้สามารถใช้แอพฯสำรวจข้อมูลความต้องการรายบุคคล นำข้อมูลที่ได้มากำหนดแนวทางช่วยเหลือ ดูแล โดยบูรณาการร่วมกันระดับจังหวัด(อบจ. พมจ. สสจ.ฯลฯ) อำเภอ(พชอ.) ตำบล (ศูนย์สร้างสุข/อปท.ฯลฯ)

๔.ใช้กลไกศูนย์สร้างสุขชุมชนที่จะดำเนินการ ๑๑ แห่ง บางแห่งบูรณาการกับศูนย์ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของพมจ. ศูนย์คนพิการทั่วไป นำข้อมูลมาจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีีวิตระดับตำบล โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง(สุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม) จัดหมวดหมู่ในระบบกลุ่มงานและนำร่องจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตรายบุคคลในบางตำบล วัดผล รายงานผลผ่านแอพฯiMed@home

๕.ข้อมูลพื้นฐานบางส่วนได้จากพม. สสจ. ส่วนสปสช.ไม่สามารถนำข้อมูลบุคคลมาให้ได้ แต่สามารถให้ข้อมูลในภาพรวม เช่นนั้นแล้ว ระบบข้อมูลจะมี ๒ ระบบ คือ ระบบเดิมที่แต่ละหน่วยงานดำเนินการ ซึ่งยึดโยงกับส่วนกลาง กับระบบของพื้นที่ ซึ่งมีอบจ.และเครือข่ายดำเนินการ มีศูนย์ข้อมูลกลางที่จะใช้เฉพาะคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลที่สามารถนำมาประสานความร่วมมือกันได้โดยมีกองทุนฟื้นฟูฯเป็นเจ้าภาพหลัก และใช้แอพฯ iMed@home เป็นระบบข้อมูลกลางร่วมกันในระดับปฎิบัติการ(อสม.เชี่ยวชาญ อสม. อพม. cg จิตอาสา) กับระดับคณะทำงานจังหวัด อำเภอ ตำบล(Admin) ในการรายงานผล

๖.ดำเนินการคู่ขนานกับธนาคารกายอุปกรณ์ สำรวจข้อมูลกายอุปกรณ์ที่มีในระบบ จัดตั้งธนาคารกายอุปกรณ์ ณ รพ.๑๖ อำเภอ จัดระบบการหมุนเวียนกายอุปกรณ์ การบริจาค การซ่อมบำรุง

๗.ข้อมูลจากการสำรวจจากพื้นที่ จากผู้ปฎิบัติฐานราก จะนำมาสู่การกำหนดนโยบายในการพัฒนาระบบบริการที่สอดคล้องกับความต้องการ และนำมาสู่การจัดหลักสูตรพัฒนาศักยภาพ การบริการเชิงรุกอันจะมีผลต่อคุณภาพชีวิตของคนเปราะบางเป็นอย่างมาก

ทั้งหมดนี้จะดำเนินการในระยะแรก (๓-๖ เดือน) สรุปผลที่ได้ หากได้ผลดี เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้จะขยายผลเชิงนโยบายต่อไป

กระเป๋าผ้าสร้างสุข ผลผลิตจากคนพิการ

15 มิ.ย. 2562

สินค้าใบนี้ ผลิตโดยผู้พิการและครอบครัว รายได้จากการจำหน่ายจะถูกส่งกลับคืนผู้ผลิตเพื่อพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น

รูปแบบการดูแลคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคม

04 มิ.ย. 2562

จากสภาพปัญหาการทำงานการดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายเป็นไปในลักษณะสงเคราะห์มากกว่าพัฒนาเชิงระบบ ไม่ต่อเนื่อง และแยกส่วนดำเนินการ ยึดนโยบายจากระบบราชการที่มาจากส่วนกลางและ top down เป็นหลัก ประกอบกับมีช่องว่างการเข้าไม่ถึงสิทธิ์ตามลักษณะสังคมใหม่ที่มีการเดินทางเข้าถิ่น เร่ร่อน เส้นแบ่งการทำงานพร่าเลือน ไร้พรมแดน แต่กรอบวิธีคิดภาครัฐยังไม่สามารถปรับตัวตาม

เขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต ๑๒ กำลังพัฒนารูปแบบการดูแลคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคม ใน ๒ ลักษณะก็คือ

๑)พัฒนาระบบบริการ ผ่านศูนย์บูรณาการระดับตำบล เน้นการดูแลประชากรที่เข้าถึงสิทธิ์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบบริการ

จะเรียกชื่ออะไรก็แล้วแต่ แนวทางหลัก คือประสานการทำงานกับกลไกที่มีในตำบล อาทิ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์พัฒนาครอบครัว ศูนย์บริการคนพิการ สภาเด็กและเยาวชน ศูนย์ไอทีซี ศูนย์สร้างสุขชุมชน ฯลฯ รวมไปถึงงานกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่ งานพัฒนาระบบดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุในวัยพักพิง กลไกระดับตำบลจำเป็นจะต้องปรับตัวโดยใช้ประชากรเป้าหมายรายบุคคลเป็นตัวตั้ง ดำเนินการผ่านแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตที่บูรณาการทุกด้านที่เกี่ยวข้อง

ยกตัวอย่างศูนย์สร้างสุขชุมชนตำบลทับช้าง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา หรือในชื่อเดิมที่เรียกว่าศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชนตำบลทับช้าง เกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลทับช้าง โรงพยาบาลสมเด็จฯ นาทวี คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.)นาทวี กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพจังหวัดสงขลา มูลนิธิชุมชนสงขลา Node flagship สสส.สำนัก ๖ สงขลา ที่ต้องการพัฒนาระบบบริการเชิงรุกนอกสถานที่ในการดูแลคนพิการที่มีจำนวน ๑๓๙ คน ผู้สูงอายุติดเตียง ๕๐ คน คนยากลำบาก๑๒๙ คน(ข้อมูล www.communeinfo.com ณ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒)

โดยมีโครงสร้างการบริการด้านสุขภาพดังนี้

๑.แพทย์แผนไทย ภารกิจ : นวด ประคบ อบสมุนไพร พอกเข่าสมุนไพร ดำเนินการโดย : หมอนวดแผนไทยภายในตำบลทับช้าง

๒.กายภาพบำบัด ภารกิจ : กายภาพบำบัดผู้ป่วยทางระบบประสาท เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต อ่อนแรงครึ่งซีก และผู้ป่วยทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น ปวดเข่า ปวดหลัง ดำเนินการโดย : นักกายภาพ และ จิตอาสา จากคนในชุมชนตำบลทับช้าง

๓.กายอุปกรณ์ ภารกิจ : บริการให้ยืมกายอุปกรณ์เครื่องช่วย เช่น ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน รถเข็น เตียง ดำเนินการโดย : เจ้าหน้าที่ อบต.ทับช้าง

ยกตัวอย่างขั้นตอนการรับบริการฟื้นฟูสุขภาพ จะเริ่มด้วยการคัดกรองผู้ป่วยโดยจิตอาสาคัดกรองเบื้องต้น หรือทีม HHC คัดกรองผู้ป่วย/คนพิการจากการลงเยี่ยมบ้าน แล้วมีนักกายภาพบำบัดจากรพ.ลงคัดกรองผู้ป่วยในคลีนิคโรคเรื้อรังในแต่ละ รพ.สต. (รพ.สต.วังไทร/รพ.สต.เกาะจง/รพ.สต.ทับช้าง) ต่อจากนั้นนักกายภาพบำบัด ซักประวัติ/ตรวจร่างกาย/วางแผนการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพกายภาพบำบัด นัดผู้ป่วยมารักษาต่อเนื่องและประเมินผลการรักษาตามมาตรฐาน กรณีอาการไม่ทุเลาลงและมีภาวะแทรกซ้อนจะนัดคิวเพื่อพบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่โรงพยาบาล หรือแพทย์พิจารณาเพื่อรักษาที่โรงพยาบาลหรือส่งตัวเพื่อรักษาต่อที่ศูนย์สร้างสุขชุมชน

วิธีการจัดตั้งศูนย์สร้างสุขชุมชน

๑)แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่ดำเนินการอยู่แล้ว

๒)เพิ่มอาสาสมัครด้านกายภาพบำบัด คัดเลือกจากอสม.เชี่ยวชาญ/อสม./อพม./CG หรือจิตอาสาจำนวนไม่น้อยกว่า ๔๐ คน รับคนไข้จากรพ.อำเภอที่ต้องได้รับการฟื้นฟูมาดูแลต่อ หรือดูแลกลุ่มเป้าหมาครอบคลุมทั้งมิติกาย จิต สังคม หรือให้บริการกลุ่มเป้าหมายโดยมีนักกายภาพบำบัดควบคุม มีการจัดสรรงบประมาณในการให้บริการแต่ละครั้งโดยไม่ให้ซ้ำซ้อนกันกับงบอื่น เป็นกรณีรายเดือนผ่านรพ.

๓)กองทุนฟื้นฟูฯสนับสนุนงบประมาณนำร่องศูนย์ละ ๕ แสนบาทในด้านปรับปรุงศูนย์ และจัดซื้อกายอุปกรณ์ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

๔)พัฒนาระบบข้อมูลกลางเพื่อดูแลกลุ่มเป้าหมาย จัดเก็บข้อมูลโดยกลุ่มอาสาสมัคร ๔๐ คนบันทึกข้อมูลพร้อมภาพลงในระบบข้อมูลกลางที่มีมูลนิธิชุมชนสงขลาให้การสนับสนุน ใน www.ข้อมูลชุhttp://xn--b3c4aw.com/(www.communeinfo.com)/Application:iMed@home ประมวลผลข้อมูลให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการรองรับ จัดซื้อกายอุปกรณ์และพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครในการดูแลตามสภาพปัญหา

สภาพปัญหาพื้นฐานของผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ จากการสำรวจข้อมูล กรณีกลุ่มเปราะบางของตำบลทับช้างส่วนใหญ่เพศหญิง จบการศึกษาประถมต้นหรือไร้การศึกษา ส่วนใหญ่มีบ้านเป็นของตนเอง แต่เป็นโสด/หม้่าย ฐานะยากจนแต่ไม่ถึงกับลำบากมาก มีรายได้แต่ไม่เพียงพอสำหรับรายจ่าย มีความเจ็บป่วยในหลายโรครุมเร้า ตกอยู่ในภาวะช่วยตัวเองได้บ้างไม่ได้บ้าง มีไม่น้อยต้องการผู้ดูแล พูดคุย ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน กายอุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ การซ่อมบ้าน การมีสิ่งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในฐานะผู้สูงวัย

กิจกรรมที่ดำเนินการโดยใช้กลไกของศูนย์สร้างสุขชุมชนจึงมีมากกว่าแค่การบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยได้ร่วมบูรณาการกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางดังกล่าว ประกอบด้วยกลุ่มกิจกรรมที่กำลังดำเนินการ ประกอบด้วย การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางในภาพรวมตำบลและแผนดูแลคุณภาพชีวิตรายบุคคล ทำงานแบบบูรณาการโดยประสานภาคีนอกพื้นที่และในพื้นที่จำนวนมากให้สามารถทำงานร่วมกันโดยใช้ care plan รายบุคคลในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ จำแนกเป็นยุทธศาสตร์แต่ละด้าน ได้แก่ การบริการสุขภาพ การแก้ปัญหาด้านอาชีพและรายได้ การแก้ปัญหาด้านสิทธิทางสังคม การปรับสภาพแวดล้อม เป็นต้น

โดยใช้แอพพลิเคชั่น iMed@home และ www.communeinfo.com แบบครบวงจร ในการปรับข้อมูลรายบุคคลให้มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตด้านต่างๆเป็นปัจจุบัน ประมวลผลข้อมูลในภาพรวมเพื่อนำมาปรับยุทธศาสตร์การทำงาน และระบบเยี่ยมบ้านในรูปแบบจิตอาสาแบบบุคคลและกลุ่มบูรณาการเพื่อให้สามารถติดตามผล ประเมินผล ลดช่องว่างการให้ความช่วยเหลือที่ซ้ำซ้อนและไม่สามารถวัดผล เสริมด้วยกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ การระดมทุนไม่ว่าจะเป็นเพื่อการศึกษา ของใช้้มือสอง สิ่งของเครื่องใช้ วัสดุสิ้นเปลือง สิ่งอำนวยความสะดวกจากชุมชนและเครือข่่าย การทำธรรมนูญตำบล เป็นต้น

มีภาคีหลักได้แก่ อบต.ทับช้าง กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด(พมจ.) สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) บัณฑิตอาสา สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ(วพส.มอ.) ศอบต. มูลนิธิชุมชนสงขลา รพ.สมเด็จฯ พชอ.นาทวี รพ.สต. ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ ฯลฯ

ศูนย์สร้างสุขชุมชนจะทำหน้าที่ในการให้บริการกับกลุ่มเป้าหมายระดับบุคคล โดยมีคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ และกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพจังหวัดเป็นภาคีหนุนเสริม

๒) ชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน

รูปแบบนี้เน้นการทำงานที่ก่อตัวโดยชุมชนนำ ราชการตาม เน้นแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เข้าไม่ถึงสิทธิ์ หรือชุมชนในพื้นที่มีความเข้มแข็งพอที่จะเป็นผู้นำ

ยกตัวอย่างชุมชนแหลมสนอ่อน : ชุมชนเปราะบางดูแลคนเปราะบาง

ปี ๒๕๖๐ กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนแหลมสนอ่อนร่วมกับมูลนิธิชุมชนสงขลา/ศูนย์ประสานงานภาคีพัฒนาจังหวัด(ศปจ.) ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคมจัดเก็บข้อมูลคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคมในพื้นที่อำเภอบ่อยาง จึงเกิดกิจกรรมในการดูแลสมาชิกที่เป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคมมาจนถึงปัจจุบัน

ชุมชนแหลมสนอ่อน ตำบลบ่อยางอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่าทำเลทองของนครสงขลาที่รอการพัฒนา ผู้บริหารเทศบาลหลายยุคที่ผ่านมาก็พยายามหาโครงการที่จะเข้ามาพัฒนาพื้นที่ แต่ก็ยังทำไม่ได้ด้วยปัญหาของการใช้กรรมสิทธิ์ที่ดินของชุมชนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอยู่อาศัยในพื้นที่มากว่า ๓๐ ปีในฐานะคนอพยพมาอาศัยที่ราชพัสุด กรมธนารักษ์ แต่ไม่ได้ทำสัญญาเช่าให้ถูกต้อง ที่นี่มีประชากรราวๆ ๒๐๐ คน ๘๐ ครัวเรือน ถูกรัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จัดระเบียบชายหาดสมิหลาแล้วก็ให้มาอยู่อาศัยที่นี่ โดยไม่ได้ทำสัญญาให้เป็นกิจลักษณะ สมาชิกเริ่มสร้างบ้านทำร้านอาหารประกอบกิจการของตนมานับสิบปี ไฟฟ้าที่ได้เป็นไฟชั่วคราว น้ำก็เป็นน้ำบาดาลเจาะเองหรือซื้อน้ำทาน เทศบาลนครสงขลาได้ขอเช่าพื้นที่ใช้ประโยชน์มานานพอกันแต่ก็ไม่มีโอกาสได้พัฒนาโครงการใดเป็นรูปธรรม ชุมชนก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ของพื้นที่เพราะไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ เช่าใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง แต่ก็ไม่ใช่ผู้บุกรุก จนกระทั่งล่าสุดก็คือธนารักษ์จะให้ชุมชนเช่าที่ให้ถูกต้อง การเป็นชุมชนเปราะบางทำให้เข้าใจสภาพปัญหาของคนเปราะบางด้วยกัน เมื่อมีโอกาสได้ร่วมกับศปจ.สงขลาเก็บข้อมูลคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคมในพื้นที่ตำบลบ่อยาง จึงเป็นที่มาของกิจกรรมที่ได้ร่วมกันดูแลคนยากลำบากฯในชุมชนทั้งในพื้นที่ชุมชนและนอกชุมชน การดำเนินงานดังกล่าวอาศัยภาวะผู้นำของชุมชน ได้แก่ คุณบุณย์บังอร ชนะโชติและคุณนิพนธ์ ชนะโชติ เป็นแกนนำสำคัญร่วมกับคณะทำงานของศูนย์ประสานงานภาคีพัฒนาอำเภอเมืองมาหนุนเสริม ดำเนินการในลักษณะชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน

โดยมีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วย

๑.กิจกรรม “ห้องเรียนประจำเดือน” สนับสนุนผู้สูงอายุให้มีกิจกรรมความสัมพันธ์ในกลุ่มของตนดำเนินการกิจกรรมสำคัญได้แก่ การลดขยะเปียกในครัวเรือน นำมาใช้ประโยชน์เพื่อการปลูกผัก การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ การลดรายจ่ายเสริมรายได้ การดูแลสุขภาพ ฯลฯ การจัดกิจกรรมแต่ละครั้งจะมีผู้สูงอายุจากชุมชนรอบข้างและข้าราชการเกษียณมาร่วม โดยมีเครือข่ายสวนผักคนเมืองหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เทศบาลนครสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัด ฯลฯ มาร่วมสนับสนุน

๒.ปลูกผักในป่าสน ทำซุ้มตำลึง ใช้ประโยชน์ใบตำลึงยันลูกตำลึง พร้อมๆกับนำขยะเปียก ขยะของเก่ามาทำปุ๋ยหมัก รายได้ส่วนหนึ่งนำมาดูแลสมาชิกที่ยากลำบาก

๓.ศูนย์ผ้าแบ่งปัน ร่วมกับสมาคมอาสาสร้างสุข นำเสื้อผ้ามือสองที่ได้รับการบริจาคมาแบ่งปันส่งต่อให้กับสมาชิกที่ต้องการ ส่วนหนึ่งนำไปจำหน่ายสร้างรายได้

๔.การระดมทุนด้วยการจัดตั้งกองทุนกลาง มีการจัดเลี้ยงน้ำชาร่วมกับเครือข่ายต่างๆในพื้นที่

๕.ร่วมกับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด นำผู้เคสที่ผ่านการตรวจสุขภาพพื้นฐานมาร่วมฟื้นฟูโดยกิจกรรมชุมชนบำบัด

๖.ร่วมแก้ปัญหาคนยากลำบากและเปราะบางทางสังคม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพฯ สนง.พัฒนาชุมชน เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนอำเภอเมือง สมาคมอาสาสร้างสุข ฯลฯ ในการแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงสิทธิ์พื้นฐาน ประสานงานการทำบัตรประชาชน การสร้างอาชีพและรายได้

ปัจจุบันกำลังขยายผลไปยังกลุ่มออมทรัพย์ในตำบลบ่อยางอีก ๘ กลุ่มมาเป็นเครือข่ายการทำงาน

ระบบเยี่ยมบ้าน

16 มี.ค. 2562

งานข้อมูลควรทำเป็นกระบวนการ ข้อมูลหาใช่แค่เป็น data แยกส่วนกันทำ ระบบที่ดีควรจะเติมเต็มได้ ตรวจสอบได้ มีมุมมองหลายมิติ ใช้กลุ่มเป้าหมายเป็นที่ตั้ง และเป็นปัจจุบัน

พัฒนาApplication iMed@home มาสักระยะ คุณภาณุมาศ โปรแกรมเมอร์ได้อุดช่องว่างเล็กๆน้อยๆที่เกิด

ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

ระบบทีมจะเป็นคนกำหนด จิตอาสาทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้

ไม่สามารถจัดกลุ่ม หรือระบุความต้องการใหม่

เวอร์ชั่นล่าสุดได้ลดทอนปัญหาเหล่านี้ลงได้แล้ว

ขอเพียงติดตั้งแอพฯและสมัครสมาชิกให้แล้วเสร็จ

๑)ลำดับแรกเมื่อลงไปเยี่ยมบ้านให้ค้นหาชื่อกลุ่มเปราะบาง หากมีในระบบจะปรากฏชื่อให้เลือกทันที หากไม่มีปรากฏให้เพิ่มเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ในการณ์นี้ข้อมูลที่ปรากฏจะเห็นแค่ชื่อ นามสกุล ไม่เห็นรายละเอียดส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นผู้ป่วยรายใหม่ คนเพิ่มผู้ป่วยจะสามารถเก็บข้อมูลและมองเห็นข้อมูลของบุคคลนั้นโดยอัตโนมัติ แต่จะไม่เห็นข้อมูลของคนอื่นในระบบ ๒) ผู้ใช้จะเป็นใครก็ได้ ด้วยการเยี่ยมบ้านอาจจะมีหน่วยงานในและนอกพื้นที่ลงไปดำเนินการ หรือจิตอาสา ซึ่งอาจจะไม่ใช่ทีมงานในพื้นที่ก็ได้

๓)ระบบคัดกรองทีมพื้นที่จะมี Admin อย่างน้อย ๓ คนจะมองเห็นข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะมาจากสมาชิกท่านใดบันทึก ๔)ควรจัดระบบกลุ่มในการทำงาน เพื่อให้เกิดการบูรณาการ โดยมีการกำหนดแนวทางของพื้นที่ จัดกลุ่มการทำงาน แล้วมีห้วหน้าทีมจัดตั้งกลุ่มของตน ระบบเยี่ยมบ้านมีเมนูให้สามารถจัดตั้งกลุ่ม ดึงสมาชิกในกลุ่มที่มาจากหลายภาคส่วนเข้ามาในกลุ่ม และแต่ละคนดึงสมาชิกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในเป้าหมายของกลุ่มเข้ามา ทุกคนในกลุ่มจะมองเห็นข้อมูลในกลุ่มของตนทุกคน

ต่อไปจะพัฒนาให้สามารถวัดคุณภาพชีวิตรายบุคคลให้ได้ เพื่อจะบอกผลสำเร็จในการทำงานร่วมกัน

ศูนย์สร้างสุขชุมชน อบต.ทับช้าง

13 มี.ค. 2562

ทับช้างเป็นตำบลเล็กๆอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำของอำเภอนาทวี ประชากรอยู่กันอย่างสงบสุข ใช้ชีวิตเรียบง่าย ช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยดี ทว่าก็ยังประสบปัญหาพื้นฐานไม่ต่างจากพื้นที่อื่นได้แก่ด้านยาเสพติด มีกลุ่มเปราะบางจำนวนหนึ่งที่ต้องการการดูแล เช่น ครอบครัวที่มีลูกมาก พ่อแม่หย่าร้าง ต่างคนต่างอยู่ เด็กพิการ ผู้สูงวัยที่ติดเตียงมีภาวะความเครียด เด็กท้องก่อนวัย

อย่างไรก็ตาม ในชุมชนก็มีจิตอาสาจำนวนมากที่พร้อมจะดูแลสมาชิกในชุมชนด้วยกัน มีทั้งอสม. ชมรมผู้สูงอายุ มีศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง มีวัดเป็นที่พึ่ง ที่สำคัญมีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ในชุมชนที่ร่วมกันจัดตั้งขึ้นระหว่างรพ.สมเด็จฯกับอบต. ก่อนที่จะกลายเป็นต้นแบบให้กับศูนย์สร้างสุขชุมชนที่กองทุนฟื้นฟูฯอบจ./สปสช.นำไปขยายผลในอีกหลายอำเภอ

วันนี้สัมภาษณ์ปลัดกิจนันท์ ถึงการทำงานของท้องถิ่น กับผอ.สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ในฐานะประธานกขป.เขต ๑๒ ถึงแนวคิดการทำงานการดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ถึงการประสานความร่วมมือกับอบจ. พชอ. และพลังของข้อมูลที่นำมาสู่การขับเคลื่อนดูแลกลุ่มเปราะบางของเขต ๑๒

จากนั้นถ่ายทำกิจกรรมของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพฯที่ให้บริการฟื้นฟูร่างกายให้กับคนพิการ ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยที่รอการฟื้นฟู ในศูนย์จะมีกายอุปกรณ์ การนวดแผนไทย การพอกเข่าด้วยสมุนไพร ฯลฯ มีจิตอาสาราว ๔๐ ชีวิตสลับหมุนเวียนมาดูแล เป็นผู้ช่วยนักกายภาพบำบัดและคุณหมอจากรพ.สมเด็จฯ ที่จะลงมาดูแลในแต่ละสัปดาห์

พักเที่ยงกันด้วยอาหารบุฟเฟต์อร่อยๆจากฝีมือพีน้อย ก่อนที่จะถ่ายทำการอบรมการใช้ระบบเยี่ยมบ้านของแอพพลิเคชั่น iMed@home ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการทำงานของจิตอาสาทั้งระบบเดี่ยวและกลุ่ม โดยเพิ่มข้อมูลสำรวจความต้องการที่ระบุเจาะจงพร้อมรายละเอียดได้มากขึ้น ระบบเยี่ยมบ้านจะช่วยกระชับการทำงานมีการบูรณาการงานระหว่างภาคส่วนต่างๆได้ดีมากขึ้นโดยใช้คนเปราะบางเป็นตัวตั้ง

เรียนรู้แล้วก็ฝึกปฎิบัติ ลงไปเยี่ยมเคสเปราะบางในพื้นที่ วันนี้ลงได้ ๓ คน คนแรกเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน รายที่สองเป็นเด็กพิการซ้ำซ้อนพิการแต่กำเนิด คนสุดท้ายเป็นเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ที่เกิดจากแม่วัยใส

อีกรูปธรรมงานที่เกิดจากความร่วมมือของภาคีต่างๆในพื้นที่เขต ๑๒

More

ข้อมูล

ฐานข้อมูล

รายงานข้อมูลสุขภาพ

อื่น ๆ


เครื่องมือทำข้อมูล-โปรแกรม